แมวญี่ปุ่นแซงหน้าคนเป็นนายสถานีรถไฟหญิงรายแรก
เจ๊ “ทามะ” ใส่เครื่องแบบนายสถานีรถไฟหญิง โก้เริดจริงๆเจ๊
……………………
อ่านข่าวนี้แล้ว ชาวทาสแมวทั้งหลายคงได้ยิ้มกันแก้มปริอีกหน เมื่อเป็นที่ประจักษ์ว่า เจ้านายของพวกเราคือแมวเหมียวนั้น หาใช่เป้นแค่แมวๆไม่ เพราะแมวทำได้หลายอย่าง มีวีรกรรมอันกล้าหาญมากมาย ปรากฏในที่ต่างๆทั่วโลก ล่าสุด ก็ที่ญี่ปุ่น สร้างความฮือฮาไม่แพ้ที่อื่นๆ นั่นคือเจ๊ทามะ ยอดแมวหญิง
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 26 พฤษภาคม 2551 ลงข่าวแมวสาวยอดอัจฉริยะของญี่ปุ่น ที่ได้เป็นนายสถานีรถไฟอย่างเต็มภาคภูมิ ใส่เครื่องแบบโก้หร่าน ทำให้คนสองขาอายม้วนต้วนไปเลย โดยอ้างจากสำนักข่าวเอเอฟพี รายละเอียดของข่าวมีว่า
………
รถไฟซามูไรพึ่ง “แมว” เป็นนายสถานี
เอเอฟพี – เมื่อถึงคราวคับขันคนญี่ปุ่นมีความเชื่อกันว่าต้องขอพรจากแมว และที่เมืองคิโนกาวาทางตะวันตกของญี่ปุ่นนั้น ชาวเมืองก็ได้รับพรจาก “ทามะ” แมวเพศเมียวัย 9 ปี จริงๆ จากการที่ทามะเข้าทำงานในตำแหน่งนายสถานีรถไฟหญิงประจำสถานีคิชิ
ทามะเป็นแมวสีกระดองกระ ถือกำเนิดและเติบโตอยู่ที่สถานีรถไฟคิชิ ซึ่งอยู่ในเส้นทางรถไฟสายคิชิกาวา อันมีสถานีอยู่ 10 สถานีตลอดระยะทาง 14.3 กิโลเมตร ทุกวันทามะจะสวมหมวกเครื่องแบบของวากายามา อิเล็กทริก เรลเวย์ แล้วมาคอยยืนต้อนรับบรรดาผู้โดยสารที่เดินทางไปมาด้วยท่าทีสงบนิ่ง
สถานีไม่ต้องจ่ายเงินเดือนให้กับทามะ แต่ให้อาหารมันเป็นการตอบแทน
“ทามะเป็นนายสถานีเพียงคนเดียวที่มีอยู่ตอนนี้ เพราะเราต้องลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรลง คุณบอกว่าคุณขอพรจากแมวได้ แต่ที่นี่แมวกำลังให้โชคเราจริงๆ” เคอิโกะ ยามากิ โฆษกหญิงของวากายามา อิเล็กทริก เรลเวย์บอก
ทามะเป็นแมวจรจัดที่พนักงานทำความสะอาดคนหนึ่งของสถานีเป็นผู้นำมา โดยมีโตชิโกะ โกยามา เจ้าของร้านขายของชำใกล้กับสถานี เลี้ยงดูมันจนเติบใหญ่
ส่วนสถานีคิชินั้นต้องไร้นายสถานีคอยดูแลมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2006 หลังจากที่เส้นทางรถไฟสายนี้ประสบขาดทุน
ทามะเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว เมื่อมันได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายสถานีอย่างเป็นทางการ และส่งผลตอบรับทางบวกในทันที โดยเห็นได้จากการที่ในเดือนมกราคมปีนี้มีผู้โดยสารในเส้นทางสายนี้เพิ่มขึ้นจากช่วงหนึ่งปีก่อนหน้าถึง 17 เปอร์เซ็นต์ และหากนับตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้วจนถึงมีนาคมปีนี้ ก็มีจำนวนผู้โดยสารในเส้นทางนี้เพิ่มขึ้นเป็น 2.1 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์
จากผลงานอันโดดเด่น บริษัทจึงยกย่องทามะเป็น “ซูเปอร์นายสถานี” เมื่อต้นปีนี้ และทามะเป็น “ผู้หญิงเพียงรายเดียวที่อยู่ในตำแหน่งระดับบริหาร” ในหมู่พนักงานที่เข้มแข็งทั้งหมด 36 คน
“เป็นตำแหน่งสูงสุดของบริษัทในลำดับที่ 5 เสียด้วย” ยามากิเล่าติดตลก
รางวัลตอบแทนตำแหน่งใหม่ของทามะก็คือห้องทำงานของนายสถานี ซึ่งปรับปรุงจากช่องขายตั๋วเก่า อีกทั้งยังมีงานเปิดตัวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมีนายกเทศมนตรีของเมืองคิโนกาวาและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของวากายามา อิเล็กทริก ให้เกียรติมาร่วมงานด้วย
ตอนนี้ทามะทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น หยุดพักผ่อนวันอาทิตย์ โดยในวันทำงานนั้น เจ้าของร้านชำที่เลี้ยงดูทามะมาแต่เล็ก จะเป็นผู้นำทามะมาที่สถานี โดยบอกมันเพียงประโยคเดียวว่า “คุณนายสถานีคะ ถึงเวลาทำงานแล้วค่ะ” แล้วทามะก็จะเดินตามเธอไปที่สถานีอย่างว่าง่าย
……
นั่นเป็นรายงานข่าวฉบับเต็มของ ผู้จัดการออนไลน์ บรรดาทาสแมวก็คงภาคภูมิใจกับเจ๊ทามะ… ไม่ใช่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่า ท่านทามะ หรือ คุณทามะ ยอดแมวแห่งเมืองปลาดิบ ที่ได้ประกาศให้โลกรู้ว่า แมวนะ ไม่ใช่คน
สมควรที่คนแถวๆไหนสักแห่งอายแมวไหมนี่
เอ๊ะ!คนแถวไหนหว่า?
…………
อ่านรายละเอีดเพิ่มเติมที่ ผู้จัดการออนไลน์ [กดที่นี่]
ฝุดฟุ่ง
ภาพจาก Care-and-health.blogspot.com
……………………
ผู้อ่านเล่าเรื่อง:สมภาร แก่นลาด
……………………
เมื่อปี 2549 ได้ลูกแมวมาเลี้ยงตัวหนึ่ง อายุซัก 2 เดือน ตัวผอมๆสีเหลือง หางงอ ขี้ตากรัง แววตาแห้งแล้งน่าสงสาร
คนเอามาให้บอกว่ามันหลุดจากถุงปุ๋ยก้นขาดที่เจ้าของเขาใส่ครอบครัวแมวไปโผด (เอาไปปล่อยทิ้ง) จึงเรียกชื่อมันว่า “ไอ้ขี้ตา”
ตาแกมีนิสัยหวงของกินอย่างมากคงเป็นเพราะอดอยากมาก่อน เวลาให้ปลาตาแกจะรีบตะปบไว้ในอุ้งมือ ทำเล็บกางๆโอบไว้ ทำตาขวางมองซ้ายขวา ขู่ฮื่อๆ ทั้งที่อยู่ตัวคนเดียว ดูแล้วทั้งขำทั้งหมั่นไส้ ถ้าชิ้นใหญ่หน่อยคาบเดินไม่ไหวก็ลากถอยหลังไปนั่งกินใต้เก้าอี้อย่างหวาดระแวง
ผ่านไปสักเดือนหนึ่ง ไอ้ขี้ตาโตขึ้น อ้วนกลม ขนฟูน่ารัก กลายเป็นขวัญใจของเด็กๆแถวบ้าน นิสัยเดิมหายไปเกือบหมด ไม่หวงของแล้ว ได้นิสัยใหม่มาแทนคือชอบตด ที่รู้เพราะเวลาเล่นด้วย ถ้าจับยกสูงหรือนอนหงายขยำพุงจะได้กลิ่นปลาทูแรงๆโชยมาเลย บางทีมีเสียง”ฝูด”แถมมาด้วย
เออ แมวนี่ก็ตดเก่งนะ พี่แกปล่อยตามสบายไม่มีกั๊กเลย
Read more »
kc หัวใจสี่ห้องเพื่อน้องแมวของ อนัญญา เหลืองประเสริฐ เว็บมาสเตอร์ Catandkittenstory.com

อนัญญา เหลืองประเสริฐ หรือชื่อที่รู้กันสั้นๆคือ กบ เจ้าของและเป็นเว็บมาสเตอร์เว็บไซต์ Catandkittenstory.com ที่กำลังคึกคักด้วยสมาชิกหลากหลายวัย ที่ผลัดกันเล่าเรื่องเกี่ยวกับแมวที่ตัวเองเลี้ยง เป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ความรู้เรื่องแมว และแน่นอน กบก็เป็นคนเลี้ยงแมวคนหนึ่งที่มีแมวหลายตัว เป็นหนึ่งใน “ทาสแมว” หรือ “คอแมว” หรือ “แมวมาเนีย” ตามแต่จะเรียกกัน
Royal Catland Blog (RCB) จึงหาโอกาสและได้รับโอกาสงามๆจากกบมาร่วมตีแผ่ความคิด ความรู้สึก เรื่องราวแมวๆ เพื่อให้เพื่อนๆทาสแมวทั้งหลายได้รับรู้ประสบการณ์ร่วมกัน
RCB: อยากทราบว่าเป็นกบอยู่ดีๆทำไมมาเลี้ยงแมว
กบ: เรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่มีแมวจรมาคลอดลูกที่ระเบียงหลังห้องนอนค่ะ ต่อมาก็คาบลูกตัวที่แข็งแรงไป ทิ้งไว้ หนึ่ง ตัว กบก็เลยไปหาซื้ออาหารมาให้กินทุกวัน ตอนแรกลูกแมวไม่ยอมให้เข้าใกล้ พอคุ้นเคยก็ยอมให้จับ เราก็เลี้ยงเค้าไว้ในบริเวณรั้วบ้าน มีอยู่วันหนึ่งตอนไปทำงาน เขาเดินออกมาส่งเราหน้าบ้าน ด้วยความที่ไม่เคยเลี้ยงแมวมาก่อน ก็คิดว่าเค้าน่าจะเข้าบ้านได้เอง ไม่ได้คิดอะไร ทั้งๆ ที่ตอนนั้นลูกแมวยังไม่ประสีประสา พอกลับมาตอนเย็นภาพที่เห็น ลูกแมวโดนรถทับหัวแบะตายตรงหน้าบ้าน รู้สึกเศร้ามาก เสียใจ คิดอยู่เสมอว่าเป็นความผิดของตัวเอง
RCB: กว่าจะทำใจได้ก็นานสิ
กบ: ทำนองนั้นแหละค่ะ หลังจากนั้นก็ไม่ได้เลี้ยงอีก จนกระทั่งผ่านไปราวๆ 5 เดือน มีแมวจรตัวหนึ่ง ตอนหลังกบตั้งชื่อให้ว่า น้องเหมียว มาป้วนเปี้ยนแถวบ้าน เป็นแมวสีขาวดำ สวย น่ารักมาก กบเลยคอยให้อาหารอยู่เสมอ จนเริ่มคุ้นเคยก็ให้เข้าบ้านบ้าง ผ่านไปประมาณ 2 เดือน น้องเหมียวก็หายไปจากบ้าน 2 อาทิตย์ กลับมาในสภาพย่ำแย่มาก หายใจหอบ เลยพาไปหาหมอ ปรากฏว่าน้องเหมียวตั้งท้อง กระบังลมก็ฉีก ต้องผ่าตัด ตอนที่ฝากคุณหมอไว้ที่ รพ. ก่อนผ่าตัด ก็คลอดลูกออกมา 3 ตัว แต่เพราะสุขภาพไม่แข็งแรง แกไม่มีนมให้ลูก ลูกตายหมดเลย พอผ่าตัดแล้วกบก็พากลับมารักษาตัวที่บ้าน จนแผลหายเป็นปกติ นั่นคือที่มาของการเลี้ยงแมวค่ะ
Read more »
จักจั่น : Reception of the Cat Clinic

……………………………………………………………………
ภาพ : ผมผู้เขียนกับลูกสาวถ่ายรูปกับจักจั่นและหมี
จักจั่นขนฟูๆตาสีส้มนั่นแหละครับ
……………………………………………………………………
จั่วหัวเรื่องซะเป็นฝรั่งไปเลย ก็ไม่มีอะไรมาก ยุคนี้เขานิยมตั้งหัวเรื่องเป็นภาษาฝรั่ง ก็เลยลองกับเขาบ้าง ทั้งๆที่ไม่ค่อยกระดิก ต้องอาศัยถามอาจารย์ดิ๊ก (Dictionary) อยู่เรื่อยแหละครับ เอาเป็นว่าตอนพิมพ์รวมเล่มเป็นหนังสือค่อนเปลี่ยนหัวเรื่องเป็นภาษาไทยก็แล้วกัน (หวังว่าจะได้พิมพ์อยู่หรอกน่า)
เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องของแมวตัวหนึ่งที่ชื่อจักจั่น ชื่อละมุนๆอย่างนี้อย่านึกว่าเป็นเพศเมียนะครับ จักจั่นเป็นแมวเพศผู้ ขนฟู สีเทาดำ เป็นแมวพันธุ์เปอร์เซียร์แต่ Generation ไหนก็ไม่ทราบ เท่าที่ดูน่าจะผ่านการผสมข้ามพันธุ์อยู่บ้าง เพราะลักษณะไม่เหมือนแมวเปอร์เซียร์ที่เห็นทั่วไป
จักจั่นไม่ใช่แมวที่ผมเลี้ยงหรอกครับ เป็นแมวที่คลินิกของหมอสุเมธ ซึ่งเป็นคุณหมอประจำตัวแมวๆที่บ้านผม โดยเฉพาะแม่อ้วนต้นตระกูลแมวของบ้าน จะเป็นขาประจำคลินิกหมอสุเมธ ชนิดที่เรียกว่าทั้งนอกในไส้พุงหมอรู้หมด
จักจั่นมาอยู่กับหมอตั้งแต่เป็นลูกแมว ตอนนั้นหมอเพิ่งทำคลินิกใหม่ๆ ทำด้วยกันสองคนกับแฟนคือหมอวรรณ (โอ๊ะ! หมอวรรณจะว่าไหมนี่ เอาชื่อมาเปิดเผยโดยไม่ขออนุญาต ขออนุญาตตรงนี้เลยนะครับหมอ) ผมเองเป็นผู้ใช้บริการรุ่นแรกๆ พาแมวไปเยี่ยมหมอเป็นประจำ วันดีคืนดีไปเจอจักจั่นเข้า ตอนนั้นยังเป็นลูกแมว
Read more »
เชิญเล่าเรื่องใน “ผู้อ่านเล่าเรื่อง”

ขอเรียนเชิญคนรักแมว คนเลี้ยงแมว เล่าเรื่องแมวที่ท่านเลี้ยงหรือแมวที่ใดๆก็ตาม หรือคนที่ไม่ชอบแมวจะเล่าเรื่องแมวบ้างก็ไม่ห้าม ส่งมาร่วมในคอลัมน์ “เรื่องเล่าจากผู้อ่าน” เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อมูลข่าวสารกันนะครับ
หรือจะเล่าเรื่องคนสิ่งของที่เกี่ยวกับแมวเช่น เรื่องหมอรัษาแมว อาหารแมว ของเล่นแมว ทุกอย่างที่เกี่ยวกับแมวๆ เช่นที่ผมเขียนถึงแมววัดในเรื่อง แมววัดก็มีหัวใจ ก็เล่ามาได้ ไม่ผิดกฏิกาแต่อย่างใด
คนที่ไม่รักแมว ไม่ชอบแมว ไม่ชอบคนเลี้ยงแมว ถ้าผ่านมาแล้วอยากเล่าเรื่องบ้างก้เชิญครับ เพื่อแนะนำ ติติง ชี้แนะให้คนเลี้ยงแมวได้รู้ แม้มองต่างมุม ต่างความคิด ก็ไม่ใช่ต่างพวก หรือเป็นศัตรู คนไม่เลี้ยงแมวอาจจะแนะนำคนเลี้ยงแมวในสิ่งที่ดีมีประโยชน์ได้
รับเฉพาะเรื่องแมว ไม่เกี่ยวกับเรื่องแม้ว
เชิญส่งไปที่ royalcatland@hotmail.com ครับ
ขอบคุณอย่างสูง
โกศล อนุสิม
ราชอาณาจักรแมว ตอนที่ ๑

พระเจ้าทองม้วนแห่งราชอาณาจักรแมวซอยหก
……………………………………………………………………………………………………………..
๑.วัฒนธรรมแมว
แมวเกิดมาตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครรู้แน่ชัด นิยายปรัมปราที่บรรพบุรุษของแมวเล่าสืบๆต่อกันมามีหลายฉบับ ขึ้นอยู่กับว่าแมวที่เล่าอยู่ในที่ใดของโลก มีความเชื่อที่แตกต่างกัน เพราะประสบการณ์ทางวัฒนธรรมแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ แมวมีผู้รับใช้เดียวกันคือมนุษย์ หรือคน หรือ ที่ภาษาแมวเรียกว่า “เหมียว” แมวทุกชาติทุกวัฒนธรรมจะเรียกผู้รับใช้ด้วยคำๆเดียวหมด อาจมีเพียงคำนี้เท่านั้นที่แมวออกเสียงเหมือนกัน ไม่ว่าอยู่ที่ไหนในโลก จึงทำให้เชื่อว่า แมวมาจากที่เดียวกันและเกิดมาพร้อมๆกับพวกมนุษย์ หรือผู้รับใช้ของแมว
คำว่าเหมียวจึงเป็นคำแรกที่แม่แมวสอนให้ลูกพูด เพราะเมื่อจะเอาอะไรก็จะเรียกผู้รับใช้ด้วยคำนี้ ผู้รับใช้ก็จะเรียกมาหาทันที หรือเมื่อผู้รับใช้จะเอาอะไรมาให้ ก็จะพูดคำว่า “เหมียวๆ” เสมอ เพื่อบอกให้แมวรู้ว่า ตนมาแล้ว
นี่เป็นคำบอกเล่าที่สั่งสอนกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า จากพ่อแม่สู่ลูกเป็นชั้นๆไป ในราชอาณาจักรของพระเจ้าทองม้วน แมวสีดำสลับขาวก็เช่นกัน พระเจ้าทองม้วนได้ทรงสั่งสอนลูกแมวของพระองค์ให้เรียกชื่อพวกเหมียวชัดเจนทุกตัว
“ขอให้ลูกหลานของข้าจดจำเอาไว้” พระเจ้าทองม้วนทรงย้ำเตือน “ผู้รับใช้ของเราจะเอาสิ่งของที่เราต้องการมาให้ทันที เมื่อเราเรียกเขาว่าเหมียว เหมียวๆ อาจจะเสียงสูงขึ้นมาว่า เมี้ยวๆ ก็ได้เช่นกัน”
Read more »
ส้มโอ น้าหมู หนูแมว

ส้มโอ น้าหมู หนูแมว คือหนังสือแมวครับ
หนังสือแมวในที่นี้ไม่ใช่หนังสือให้แมวอ่าน หรืออ่านให้แมวฟัง หรือ คู่มือเลี้ยงแมวนะจะบอกให้
อ้าว แล้วมันเกี่ยวกับแมวตรงไหนนิ
เกี่ยวตรงที่ว่า หนังสือนี้เล่าเรื่องของน้าและหลานที่เกี่ยวพันกับแมว น้าไม่ชอบหน้าแมว อืมม์ ที่จริงก็ู้ไม่ชอบแมวทั้งตัวนั่นแหละ และทุกตัวด้วย แต่หลานเป็นคอแมว คืือรักแมวสุดชีวิต โดยหลานมีเหตุผลี่ว่า แมวเป็นสัตว์ที่แสนฉลาด กระโดดก็สวย แมวขนก็นุ่ม รักอิสระ สรุปแล้วอะไรๆก็ดูดีเหมือนตัวเขาเอง แน่นอนที่ว่าคุณน้าไม่ชอบแมว เพราะแมวไม่เชื่อฟัง นิสัยเหมือนหลานของตัวเองล่ะมั้ง
หนังสือเล่มนี้เขียนสนุกสนาน เคยพิมพ์เป็นคอนในนิตยสารสกุลไทย คนที่เป็นแฟนคลับของผู้เขียนคงรู้ดี ถ้ายังไม่ได้อ่านก็ลองดูนะครับ
อ่านแล้วจะรู้ว่าสัตว์เลี้ยงอย่างแมวก็มีอิทธิพลต่อเด็ก อย่างที่ผู้ใหญ่หลายคนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
ผู้เขียนคือ ชมัยภร แสงกระจ่าง นักเขียนชื่อดัง ปัจจุบันนอกจากเป็นนักเขียนแล้ว ยังเป็นนายกสมคมนักเขียนด้วยนะครับ นี่ หนังสือเล่มนี้นายกฯเขียนเชียวนะ เขียนแบบตั้งใจ ไม่ใช่เขียนไปบ่นไปนะขอรับเจ้านาย
พิมพ์โดยสำนักพิมพ์คมบาง เมื่อปี 2545 จำนวนหน้า 199 หน้า ราคาปก 130 บาท ถ้าสั่งซื้อกับสำนักพิมพ์เขามีส่วนลดให้ ลดเหลือ 104 บาท (ลด 20 เปอร์เซ็นต์) สภาพหนังสือแกะกล่อง หอมกลิ่นหมึกอยู่เลยเชียว
สนใจก็ลองไปดูที่เว็บไซต์ของสำนักพิมพ์คมบาง ที่ Kombangweb.com ครับ ดูที่หมวดหนังสือเยาวชน หรือ กดที่นี่ ก็ได้
โชคดีครับ
แมวอัจฉริยะพูดได้

โฉมหน้าของ “อากุ้ย” แมวที่คนเชื่อว่าพูดได้ แหล่มไหมล่ะ
…………………………………………………………………………………………………………..
พบแมวอัจฉริยะหน้าตาแสนจะธรรมดานามว่า “อากุ้ย” สามารถร้องเหมียว ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนเรียกชื่อตัวเองได้ ผู้เชี่ยวชาญคาด “อากุ้ย”เป็นเพียงแมวที่ผสมต่างสายพันธุ์ เดิมทีก็มีความเฉลียวฉลาดอยู่แล้ว เมื่อได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าภายนอก ก็จะแสดงเงื่อนไขการตอบสนองต่อสิ่งเร้านั้นด้วยการร้องออกมา
จากกรณีพบแมวอัจฉริยะนี้ ได้รับการเปิดเผยโดยคุณซุนซึ่งเป็นเจ้าของ “อากุ้ย” นั่นเอง เขาต้องตกตะลึงพรึงเพริดหลังจากที่พบว่าเจ้าเหมียวของเขาร้องเรียกชื่อตัวเอง “อากุ้ย…อากุ้ย” แบบน็อนสต็อป โดยพยานที่เห็นเหตุการณ์ชี้ชัดว่าสามารถร้องเรียกชื่อตัวได้จริงๆ อีกทั้งเสียงยังน่ารักเหมือนกับเด็กตัวน้อยๆ ก็มิปาน
คุณซุนเล่าว่า อากุ้ยเป็นเพียงแมวสีขาวลายดำธรรมดาตัวหนึ่ง ปีนี้อายุ 2 ขวบ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เขาได้จับอากุ้ยอาบน้ำ เป็นเพราะอากุ้ยกลัวน้ำตามธรรมดาของแมวทั่วไปจึงดิ้นรนหนีสุดชีวิต ตอนแรกก็ร้อง “เมี้ยว…เมี้ยว”อยู่ดีๆ สักพักก็ร้องเสียงดังออกมาว่า “อากุ้ย…” และเมื่อพาไปอาบน้ำก็จะเป็นเช่นนี้ทุกครั้ง
“ตอนแรกพวกเรานึกว่าได้ยินผิดไป ใครจะไปรู้ว่าเขาสามารถร้องเป็นชื่อตัวเองได้ว่า อากุ้ย แถมยังร้องได้ชัดเจนอีกต่างหาก เสียงเหมือนเสียงของเด็กตัวเล็กๆ เลย หลังจากนั้นเวลาพาเขาไปอาบน้ำ ฉีดยา หรือพาออกไปข้างนอก ถ้าเขาตกใจขึ้นมาแล้วล่ะก็ เขาก็จะร้องว่า อากุ้ย…อากุ้ย…ทันที” คุณซุนเล่าอย่างออกรสพร้อมทำเสียงประกอบ และนับจากการเปิดเผยเรื่องนี้เป็นต้นมา ก็มีคนมากมายแวะมาเยี่ยมเยือนอากุ้ยไม่ขาดสาย เพื่อมาชมเสียงร้องอันมหัศจรรย์นี้
ด้านหัวหน้าศูนย์ดูแลโรงพยาบาลสัตว์กล่าวว่า อาจเป็นเพราะอากุ้ยเกิดการจดจำชื่อของตนเองจากเจ้าของที่เรียกชื่ออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เมื่อได้รับแรงกระตุ้นจากสิ่งเร้าภายนอก เช่น การทำให้กลัวหรือตกใจ ก็จะแสดงการตอบสนองสิ่งเร้านั้นด้วยการร้องออกมา และถ้าได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ เจ้าเหมียว “อากุ้ย” อาจจะสามารถพูดได้มากกว่านี้ก็เป็นได้.
จาก ผู้จัดการออนไลน์
แมวบันดาลใจ

แมวตัวนั้น.. ตัวนี้ มีเยอะมากมาย ดูไปก็รัก รักมันทุกตัว
…….
ขอแปลงเนื้อร้องเพลง “แมลง” ของสาว ทาทา ยัง มาบรรยายความรู้สึกที่มีต่อบรรดาเจ้าเหมี๋ยวในภาพเขียนของศิลปิน ภาณุภณ จันทรีศรี สักนิดเพราะหลายคนที่เห็นภาพแล้วน่าจะรู้สึกไม่ต่างกัน
แม้จำนวนภาพที่เขาแขวนผนังให้ชมในนิทรรศการ “เห็นดี เห็นงาม” ระหว่างวันที่ 2 – 20 พฤษภาคม พ.ศ.2551 ณ หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นิทรรศการแสดงเดี่ยวครั้งแรกของเขา จะมีมาเสิร์ฟสายตาผู้ชมทั้งห้องนิทรรศการ แต่ก็มากพอให้อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า เขาพิสมัยอะไรนักกับสัตว์ชนิดนี้ นอกเหนือจากคำถามที่ผู้ชมทั้งตัวเล็กและตัวโตบางราย มักถามเอากับเขาว่า “วาดขนแมวยังไงครับ”
ภาณุภณลงมือเขียนภาพแมวภาพแรกเมื่อครั้งที่ยังเป็นนักศึกษาศิลปะ รั้วมศว.ประสานมิตร ความเครียดอันเนื่องมาจากต้องเร่งปั้นงานให้กับบริษัทเซรามิคส่งออกแห่งหนึ่งให้เสร็จทันเวลา ทำให้เขาหาทางปลดปล่อยอารมณ์ของเอง ด้วยการออกไปเดินเล่นและหามุมหย่อนใจชั่วคราว ก่อนที่จะกลับไปคร่ำเคร่งกับงานที่ยังค้างคา
ยามนั้นเขารู้สึกอิจฉาแมวของตัวเองซึ่งกำลังนอนหลับอยู่ตรงกำแพง และอยากจะกลายร่างเป็นมันบ้าง ขณะเดียวกันก็พยายามทำลายความสุขของมันด้วยการปลุกให้มันตื่นและหาสารพัดวิธีแกล้งให้มันเกิดอาการทุกข์ร้อนอย่างเขาบ้าง
“อิจฉาในความสบาย ที่มันไม่ต้องยึดติดกับเวลาเหมือนเรา มันช่างมีความอิสระ นึกอยากจะทำอะไรเวลาไหนก็ได้ ซึ่งเวลานั้นผมอยากจะเป็นเหมือนมันบ้าง”
Read more »

