จักจั่น : Reception of the Cat Clinic

……………………………………………………………………
ภาพ : ผมผู้เขียนกับลูกสาวถ่ายรูปกับจักจั่นและหมี
จักจั่นขนฟูๆตาสีส้มนั่นแหละครับ
……………………………………………………………………
จั่วหัวเรื่องซะเป็นฝรั่งไปเลย ก็ไม่มีอะไรมาก ยุคนี้เขานิยมตั้งหัวเรื่องเป็นภาษาฝรั่ง ก็เลยลองกับเขาบ้าง ทั้งๆที่ไม่ค่อยกระดิก ต้องอาศัยถามอาจารย์ดิ๊ก (Dictionary) อยู่เรื่อยแหละครับ เอาเป็นว่าตอนพิมพ์รวมเล่มเป็นหนังสือค่อนเปลี่ยนหัวเรื่องเป็นภาษาไทยก็แล้วกัน (หวังว่าจะได้พิมพ์อยู่หรอกน่า)
เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องของแมวตัวหนึ่งที่ชื่อจักจั่น ชื่อละมุนๆอย่างนี้อย่านึกว่าเป็นเพศเมียนะครับ จักจั่นเป็นแมวเพศผู้ ขนฟู สีเทาดำ เป็นแมวพันธุ์เปอร์เซียร์แต่ Generation ไหนก็ไม่ทราบ เท่าที่ดูน่าจะผ่านการผสมข้ามพันธุ์อยู่บ้าง เพราะลักษณะไม่เหมือนแมวเปอร์เซียร์ที่เห็นทั่วไป
จักจั่นไม่ใช่แมวที่ผมเลี้ยงหรอกครับ เป็นแมวที่คลินิกของหมอสุเมธ ซึ่งเป็นคุณหมอประจำตัวแมวๆที่บ้านผม โดยเฉพาะแม่อ้วนต้นตระกูลแมวของบ้าน จะเป็นขาประจำคลินิกหมอสุเมธ ชนิดที่เรียกว่าทั้งนอกในไส้พุงหมอรู้หมด
จักจั่นมาอยู่กับหมอตั้งแต่เป็นลูกแมว ตอนนั้นหมอเพิ่งทำคลินิกใหม่ๆ ทำด้วยกันสองคนกับแฟนคือหมอวรรณ (โอ๊ะ! หมอวรรณจะว่าไหมนี่ เอาชื่อมาเปิดเผยโดยไม่ขออนุญาต ขออนุญาตตรงนี้เลยนะครับหมอ) ผมเองเป็นผู้ใช้บริการรุ่นแรกๆ พาแมวไปเยี่ยมหมอเป็นประจำ วันดีคืนดีไปเจอจักจั่นเข้า ตอนนั้นยังเป็นลูกแมว
“เอ้า ตัวนี้ลูกใครล่ะหมอ” ผมถาม เพราะมีลูกค้าพาลูกแมวไปหาหมอบ่อยๆ ฝากไว้บ้าง หมอก็ให้เดินเล่นในคลินิก
“สงสัยว่าจะเป็นลูกผมแล้วล่ะพี่” หมอตอบ “เจ้าของเขาไม่มาเอาคืน”
“เอ้า งั้นหมอก็โชคดีสิ สัตว์สี่เท้าสองเท้าเข้าบ้าน โบราณว่าเป็นบุญ” ผมบอก “แล้วก็เป็นบุญของเขาด้วยนะนี่ที่ได้อยู่กับหมอ”
หมอหัวเราะ ถามผมว่า “พี่จะเอาไปเลี้ยงไหมล่ะ เจ้าของเขาคงไม่ว่าหรอก”
“โอยไม่ไหวล่ะหมอ ที่มีอยู่ก็ล้นออกมานอกบ้านแล้ว” ผมโบกมือปฏิเสธ “แล้วไม่เคยเลี้ยงเจ้าขนฟูๆนี่ด้วย ผมถนัดแต่เลี้ยงแมวข้างถนน”
จักจั่นจึงเป็นแมวของหมอสุเมธกับหมอวรรณตั้งแต่นั้นมา เป็นแมวที่มีนิสัยเรียบร้อย ไม่วุ่นวาย ชอบนั่งบนเคาเตอร์ เมื่อเปิดประตูคลินิกเข้าไป น้อยครั้งที่จะไม่เห็นจักจั่นนั่งหรือไม่ก็นอนบนเคาเตอร์ด้านหน้า เมื่อคนนั่งรอหมอ จักจั่นก็นั่งนิ่งมองคนเช่นกัน ขนฟูๆเต็มหน้า เห็นลูกตาสีอำพันจ้องนิ่งมาที่คน ดูไปแล้วเหมือนนกเค้าแมวมากว่าเป็นแมว
เมื่อเห็นจักจั่น ผมจึงนึกถึงเหตุผลที่ว่า ทำไมคนโบราณจึงตั้งชื่อนกชนิดนี้ว่าเป็นนกเค้าแมว ก็เพราะเหมือนแมวนี่เอง โดยเฉพาะเหมือนแมวจักจั่นแทบจะแยกไม่ออก
จักจั่นจึงเป็นเหมือนพนักงานต้อนรับของคลินิก เมื่อเข้าไปต้องเห็นอยู่ด้านหน้าไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง เป็นแมวที่เข้ากับคนได้ดีมาก ไม่มีหวงตัวหรือหวาดระแวง ผมคิดว่า มีน้อยคนที่มาคลินิกแมว (อันที่จริงคลินิกก็รักษาสัตว์ทุกชนิด) แล้วไม่ชอบจักจั่น ลูกสาวผมก็ชอบจักจั่นเช่นเดียวกัน ถึงขนาดถ่านรูปกับจักจั่นไว้หลายใบ
นอกจากเป็นพนักงานต้อนรับ เป็น Cat Reception แล้ว จักจั่นยังเป็นนายแบบให้หมอสุเมธโพสต์ท่าแมวอีกด้วย นั่นคือ จะจับโพสต์ท่าแบบไหนจักจั่นก็ไม่ขัดขืน อยากถ่ายรูปจักจั่นก็จับให้ยืนโพสต์ท่าตามที่ต้องการได้ ดูท่าว่าจะชอบถ่ายรูปด้วยเช่นกัน
จักจั่นจึงคล้ายเป็นสัญลักษณ์ของคลินิกหมอสุเมธ คู่กับอีกตัวคือเจ้าหมี แมวตัวผู้สีดำที่มาอยู่ก่อนจักจั่น (จะเล่าเรื่องเจ้าหมีภายหลัง) ทั้งสองชอบนัวเนียกันประจำ จนหมอสุเมธแซวแมวว่าสงสัยจะเป็นคู่เกย์
สำหรับคนที่เป็นคอแมว เป็นทาสแมว เป็นพวก Cat Fever เมื่อเข้าไปที่ใดเห็นแมวแล้วก็ทำให้ชอบใจที่นั้น ผมก็เช่นกัน เมื่อมีจักจั่นกับเจ้าหมีที่คลินิกผมก็ชอบไปที่นั่น ประจวบกับคลิกนิกหมออยู่แถวๆบ้าน ก่อนจะเข้าบ้านก็ต้องผ่านก่อน บางทีผมก็แวะไปคุยกับหมอสุเมธหรือหมอวรรณ แต่ที่จริงอยากไปคุยกับจักจั่นมากกว่า
ตอนนี้คลิกนิกของหมอย้ายไปอยู่ที่ใหม่แต่ก็ไม่ไกลจากที่เดิม ขยายเป็นโรงพยาบาลสัตว์หมอสุเมธบริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (สงสัยว่าหมอไม่หลับไม่นอนหรือไง) ผมเพิ่งพาแม่อ้วนไปใช้บริการเมื่อสัปดาห์ก่อนเพราะมีไรในหูจนอักเสบ หมอกับพยาบาลต้องเช็ดกันยกใหญ่ ฉีดยาแก้อักเสบพร้อมทั้งหยอดยาด้วยจึงค่อยทุเลา
ถ้าใครอยากเจอจักจั่นก็ไปดูที่คลิกนิกหมอ หรืออยู่แถวๆบางกะปิ บึงกุ่ม ก็พาแมวไปหาหมอได้ คลินิกหมออยู่ถนนนวมินทร์ ตรงกันข้ามกับสนามกีฬาคลองจั่น ของการเคหะแห่งชาติ (โทรศัพท์ 02-733-3406) อันนี้ไม่ได้โฆษณา แต่บอกข่าวกัน หรือจะไปดูจักจั่นอย่างเดียวก็ได้ แต่ตอนนี้จักจั่นแก่มากแล้ว ไม่ค่อยเห็น สงสัยว่าจะเกษียณจากการเป็น Cat Reception ไปแล้ว แต่ถ้าขอจับมือทักทายหมอก็คงไม่ห้าม เพราะจักจั่นเป็นพระเอกของเรื่องนี่นา
นี่แหละครับเรื่องของ จักจั่น : Reception of the Cat Clinic ก็เป็นมาและเป็นอันจบลงด้วยประการฉะนี้ สรุปว่าทั้งหมอทั้งแมวก็โชคดีทั้งคู่ เพราะหมอมีกิจการเจริญเติบโต แมวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ถ้าอยู่กับเจ้าของเดิมก็ไม่รู้ว่าจะสบายเหมือนอยู่กับหมอหรือไม่
คิดๆไปผมก็ชื่นชมเจ้าของแมว ช่างคิดการณ์ไกลหาที่พักอาศัยให้แมวดีแท้ๆ ยังกะหนังไทยสมัยก่อนที่แม่ยากจนเอาลูกไปวางไว้หน้าบ้านเศรษฐีที่ไม่มีลูก พ่อแม่เศรษฐีก็รักปานแก้วตาดวงใจ เด็กก็กลายเป็นทายาทเศรษฐี สบายไปทั้งชาติ แฮปปี้เอ็นดิ้งกันทุกคน
อ้าว เขียนถึงแมวแล้วไหงจบที่หนังไทย ไปดีกว่า สวัสดี!
ยังไม่มีความเห็น
